การวางแผนเกษียณเป็นสิ่งที่คนในช่วงวัยทำงานไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เงินเดือน ฟรีแลนซ์ หรือเจ้าของธุรกิจควรมีความตระหนักและให้ความสำคัญ เพราะยิ่งคิดและวางแผนเก็บออมเงินสำหรับการเกษียณได้ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นทำงานใหม่ ๆ ก็จะยิ่งส่งผลดีต่อจำนวนเงินออมสำหรับไว้ใช้ในยามเกษียณมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งหนึ่งในเครื่องมือที่จะมาช่วยให้มนุษย์เงินเดือนตอบโจทย์การเก็บเงินเกษียณให้งอกเงยก็คือ “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund: PVD)” และ “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Fund: RMF)” นั่นเอง โดยเบื้องต้นเราไปทำความรู้จักกับทั้ง PVD กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ RMF กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพว่าคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร และจะนำมาใช้เป็นเครื่องมือสำหรับการวางแผนเกษียณที่ดีได้อย่างไร
เรียนรู้ PVD กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ RMF กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพให้เข้าใจ
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คือ กองทุนที่นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันจัดตั้งขึ้น เพื่อมีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมให้พนักงานมีช่องทางในการเก็บออมเงินไว้ใช้ในยามเกษียณอายุจากการทำงาน ซึ่งเป็นสวัสดิการพื้นฐานที่บริษัทชั้นนำส่วนใหญ่มีให้กับพนักงานในองค์กรของตนเอง นอกจากเป็นการส่งเสริมการออมเงินให้กับลูกจ้างแล้ว ทั้งนายจ้างและลูกจ้างก็ยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการจ่ายเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพอีกด้วย ดังนั้น PVD จึงเป็นกองทุนที่มีประโยชน์ทั้งกับนายจ้างและลูกจ้างเป็นอย่างมาก
กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ คือ กองทุนที่ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมให้คนในช่วงวัยทำงานออมเงินเพื่อใช้ในยามเกษียณเช่นเดียวกัน ทั้งนี้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ RMF จะแตกต่างกันตรงที่ RMF ไม่จำเป็นต้องเป็นมนุษย์เงินเดือน เป็นฟรีแลนซ์ทำงานอิสระ หรือเป็นเจ้าของกิจการ ธุรกิจห้างร้านต่าง ๆ ก็สามารถที่จะออมเงินไว้ใน RMF ได้ ซึ่งการออมเงินไว้กับ RMF ก็จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเช่นเดียวกัน โดยสิทธิประโยชน์ที่ได้รับคือสามารถนำเอาเงินที่ลงทุนไปขอลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงสุดไม่เกิน 30% ของเงินได้ในปีนั้น ๆ โดยเมื่อรวมกับการออมและกองทุนเพื่อการเกษียณอายุอื่น ๆ แล้ว ต้องไม่เกิน 500,000 บาทด้วย

วางแผนเกษียณง่าย ๆ ด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ RMF
เมื่อทำความรู้จักกับทั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ RMF กันไปแล้ว ทีนี้เรามาดูว่า มีวิธีการหรือขั้นตอนใดบ้างที่จะสามารถใช้เครื่องมือเหล่านี้ในการวางแผนเกษียณได้บ้าง โดยต้องบอกเลยว่าการเก็บออมเงินสำหรับใช้ในยามเกษียณให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ยิ่งเริ่มเร็วเท่าไรยิ่งดีเท่านั้น สำหรับใครที่ยังไม่เริ่มให้เริ่มตอนนี้ทันที โดยอาจจะใช้แนวทางในการวางแผนเกษียณด้วย PVD และ RMF ดังนี้
1. เลือกทำงานกับบริษัทที่มีสวัสดิการพื้นฐาน อย่างกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
โดยสามารถเลือกจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนได้ตั้งแต่ 2-15 % แล้วแต่ความสะดวก และขึ้นกับภาระค่าใช้จ่ายแต่ละบุคคล แต่ยิ่งสะสมมากเท่าไหร่ เงินสมทบที่ได้จากบริษัทก็จะยิ่งมากตาม และส่งผลให้เงินออมเพื่อเกษียณอายุการทำงานจนงอกเงยมากขึ้นตามไปด้วย
2. ทำงานกับบริษัทเดิมให้ได้อย่างน้อย 5 ปี หรืออย่างน้อยให้เข้าเงื่อนไขระยะเวลาทำงานที่จะได้รับเงินสมทบจากบริษัท 100%
เป็นธรรมดาที่ในการทำงาน มนุษย์เงินเดือนอาจจะต้องมีการโยกย้ายเปลี่ยนงานเพื่อความก้าวหน้าในอาชีพการงาน แต่อยากให้พึงระลึกไว้เสมอว่า เงินสมทบที่นายจ้างจ่ายเข้ากองทุนให้กับเรา พนักงานจะได้รับผลประโยชน์แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย 100% ก็ต่อเมื่อทำงานมาเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 5 ปี หรือบางบริษัทอาจจะมีการกำหนดจำนวนระยะเวลาทำงานเอาไว้ ดังนั้นหากจะย้ายงานทั้งทีอย่าลืมคิดถึงเงื่อนไขข้อนี้กันด้วย เพื่อให้ได้รับผลประโยชน์จาก PVD ได้สูงสุด
3. กรณีย้ายงาน แต่บริษัทใหม่ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ RMF for PVD ช่วยได้
หากต้องมีการย้ายงาน แต่บริษัทใหม่ไม่มีสวัสดิการ PVD แต่อาจจะมีแรงจูงใจอย่างอื่นที่ดีกว่า ทางเลือกสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ต้องการเก็บเงินเกษียณคือ ไม่ควรเอาเงินออกมาจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แต่ควรคงเงินไว้ในกองทุนดังเดิม หรืออีกหนึ่งช่องทางก็คือการโอนเงินจาก PVD เข้าไปออมไว้ใน RMF for PVD เพราะไม่มีค่าธรรมเนียมในการคงเงินไว้ในกองทุนนั่นเอง ซึ่งจะแตกต่างจาก PVD ที่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในการคงเงินไว้ในกองทุน 500 บาท/ปี
การวางแผนเกษียณสำหรับวัยทำงานเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือแบบใด จะเป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ RMF หากทำตามแนวทางที่แนะนำไป ก็จะมีโอกาสในการเก็บออมเงินได้ต่อเนื่อง และในระยะยาวก็จะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนเพื่อสำหรับเอาไว้ใช้ในยามเกษียณได้อย่างเพียงพอ ใช้ชีวิตในบั้นปลายได้อย่างมีความสุข ไม่เป็นภาระให้ลูกหลานหรือคนในครอบครัว เกษียณเกษมได้อย่างเต็มภาคภูมิ
